ประชุมรับฟังความคิดเห็นทั่วไปจากผู้ให้บริการและผู้รับบริการ เขต 7 ปี 2558


เวทีรับฟังความเห็นระบบหลักประกันสุขภาพ “ร้อยแก่นสารสินธุ์” เสนอ ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในระบบหลักประกันสุขภาพทุกระดับ ปรับมาตรฐานระบบบริการให้เหมาะสม ย้ำเห็นด้วยกับการแบ่งการบริหารจัดการงบประมาณเป็นกองทุนย่อยแต่หากจะเพิ่มอีกให้ สปสช. คิดให้รอบคอบ

วันที่ 5 มีนาคม 2558 ณ โรงแรมเจริญธานี จ.ขอนแก่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7 ขอนแก่น จัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นทั่วไป ประจำปี 2558 ตาม พ.ร.บ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 มาตรา 18(13) โดยมีนายแพทย์จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสารปะชาสัมพันธ์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานในการรับฟัง และมีตัวแทนผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ และ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมให้ความเห็นกว่า 120 คน

นายแทพย์จรัลกล่าวว่าตาม พ.ร.บ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 มาตรา 18(13) กำหนดให้ มีการรับฟังความคิดเห็นโดยทั่วไป ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นประจำทุกปี โดยมีเจตนารมณ์ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเปิดกว้างให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ ผู้ให้บริการ/บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนักวิชาการ/ผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง ได้แสดงความคิดเห็น

ทั้งนี้ประเด็นสำคัญที่นำเสนอในการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ เช่น 
1. กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กองทุนตำบล/เทศบาล) : ควรส่งเสริมให้ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล/เทศบาลมากขึ้น เพิ่มสัดส่วนตัวแทนกรรมการกองทุนฯ จากภาคประชาชน เช่น กลุ่มคนพิการ เครือข่าย 9 ด้าน ภาคประชาชน ให้เข้าไปเป็นกรรมการกองทุนมากขึ้น อย่างน้อย 60% ของกรรมการ รวมไปถึงการเสริมสร้างความมั่นใจในการใช้งบประมาณให้กับคณะกรรมการการกองทุนฯ การมีคณะกรรมการประเมินผลกองทุนฯ
2. การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทุกระดับ
3. การบริหารจัดการงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ : เห็นด้วยกับการแบ่งการบริหารจัดการเป็นกองทุนย่อย เพื่อให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงบริการมากขึ้น แต่การเพิ่มรายการกองทุนย่อยใดนั้น สปสช. ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ, การบริหารจัดการงบประมาณเพื่อรองรับเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
4. มาตรฐานการบริการสุขภาพ : ควรปรับหลักเกณฑ์การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ให้ให้มาตรฐานเดียวกันทั้งกระทรวงสาธารณสุขและ สปสช., ควรมีมาตรฐานการให้บริการขั้นต่ำที่สามารถยอมรับได้ เพราะปัจจุบันมีมาตรฐานหลายระบบมากเกินไป ทำให้หน่วยบริการสิ้นเปลืองงบประมาณในการดำเนินงาน 
5. การคุ้มครองสิทธิ : ควรขยายความช่วยเหลือผู้รับบริการที่ได้รับความเสียหายจากบริการสาธารณสุข (ม.41) และ การให้การชดเชยผู้ให้บริการที่ได้รับความเสียหายจากการให้บริการ (ม.18(4)) ออกไปสู่ผู้รับและผู้ให้บริการทุกสิทธิ

นายแพทย์จรัลกล่าวว่า ประเด็นที่รับฟังความคิดเห็นนั้น บางเรื่องอาจจะแก้ไขได้ บางเรื่องต้องผ่านการพิจารณาในคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพระดับประเทศ บางเรื่องรัฐบาลต้องรับไปแก้ไขกฎหมาย ดังนั้นขอให้เชื่อมั่นว่าทุกความเห็นที่ได้ถูกนำเสนอขึ้นมานั้นจะได้รับการพิจารณาอย่างแน่นอน โดยในปีนี้ สปสช. จะรับฟังความคิดเห็นฯ ให้เสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2558 เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาระบบมาตรฐานบริการ ปรับปรุงการบริหารจัดการงบประมาณ การเข้าถึงบริการ เพื่อเพิ่มความพึงพอใจของผู้ให้และผู้รับบริการต่อไป

นายแพทย์พิเชฏฐ ลีละพันธ์เมธา ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7 ขอนแก่น เปิดเผยว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7 ขอนแก่น จัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นทั่วไป ประจำปี 2558 ตาม พ.ร.บ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 มาตรา 18(13) จำนวน 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 วันที่ 28 มกราคม 2558 ระดับอำเภอ ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอธวัชบุรี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด และครั้งที่ 2 วันที่ 5 มีนาคม 2558 ระดับเขต ณ โรงแรมเจริญธานี จังหวัดขอนแก่น ทั้งนี้การจัดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ผู้ที่มาให้ความเห็นจะเป็นกลุ่มที่ยังไม่เคยเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นฯ มาก่อน และข้อสรุปจากการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทุกครั้ง จะนำไปนำเสนอในเวทีระดับประเทศต่อไป

 

 

<<Download เอกสารนำเสนอ>>

 
ไฟล์ที่เกี่ยวข้อง :
 
กลับ ขึ้นบน