สปสช. ร่วมมือ สธ. จัดเครือข่ายรักษาผู้ป่วยโรคที่มีอัตราตายสูง ชี้ตรวจพบมะเร็งเร็วรักษาได้


วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 ทีมเครือข่ายตติยภูมิ ร้อยแก่นสารสินธุ์ลงพื้นที่เยี่ยมโรงพยาบาลโพนทอง จ.ร้อยเอ็ด เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคที่มีอัตราการตายสูง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจและสมอง และการดูแลรักษาผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง โดยทีมที่ลงมาเยี่ยมประกอบด้วย นพ.วัฒนชัย สุแสงรัตน์ ที่ปรึกษาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7 ขอนแก่น รศ.นพ.สุรพล เวียงนนท์ จากภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีผู้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากโรงพยาบาลในพื้นที่ประมาณ 80 คน

 

นพ.วัฒนชัย กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา สปสช. เขต 7 ขอนแก่น ได้ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุข 4 จังหวัด ร้อยแก่นสารสินธุ์คือ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม และร้อยเอ็ด และ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ พัฒนาเครือข่ายการรักษาโรคที่มีอัตราตายสูง โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ครอบคลุมโรงพยาบาลในพื้นที่ทั้ง 4 จังหวัด การมาเยี่ยมโรงพยาบาลโพนทอง ซึ่งได้พัฒนาเครือข่ายการรักษาพยาบาลโรคที่มีอัตราตายสูงจนประสบผลสำเร็จในระดับพื้นที่ในครั้งนี้จึงเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงาน เพื่อนำไปปรับใช้ในในพื้นที่ของตนเองต่อไป

 

นพ.วัฒนชัย กล่าวว่า โรคมะเร็งนั้นหากตรวจพบเร็ว และรักษาได้เร็วจะคุ้มค่าในการลงทุน เพราะหลังจากรักษาแล้วจะได้ทำงานลี้ยงครอบครัว สร้างประโยชน์ให้กับสังคมต่อไปได้ การตรวจคัดกรองโรคก็ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายเพราะสามารถตรวจโดยใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพได้ฟรีที่โรงพยาบาลรัฐ หรือโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าใกล้บ้าน

 

นพ.วรวิทย์ เอมอิ่มอนันต์ นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลโพนทอง กล่าวว่า โรคมะเร็งนั้นเป็นโรคที่หากได้รับการวินิจฉัยเร็ว รักษาเร็ว จะหายขาดได้ ดังนั้นโรงพยาบาลจึงได้พัฒนาแนวทางการวินิจฉัยและการรักษา จนขณะนี้ใช้เวลาวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งหรือไม่เพียง 1 สัปดาห์ และมีระยะเวลารอการผ่าตัดหลังการวินิจฉัยไม่เกิน 2 สัปดาห์เท่านั้น

อย่างไรก็ตามทางโรงพยาบาลได้ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมในชุมชน ในผู้หญิงที่อายุมากกว่า 35 ปี จำนวนกว่า 20,000 คน การตรวจคัดกรองทำให้ค้นหาผู้ที่มีความผิดปกติได้ตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อพบความผิดปกติก็ส่งเข้ารับการรักษาได้เร็ว โอกาสหายก็สูง ช่วงนี้จึงพบว่าผู้ป่วยที่มาพบแพทย์แล้วตรวจพบว่าเป็นมะเร็งในขั้นที่ลุกลามมากแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยที่ไปทำงานต่างถิ่นแล้วป่วยกลับมาที่บ้าน.

 

 
ไฟล์ที่เกี่ยวข้อง :
 
กลับ ขึ้นบน